
5 ความผิดพลาดทางการเงินที่ทำให้
ความผิดพลาดที่ 1: ไม่คุยเรื่องเงินกันตั้งแต่แรก
“คู่รักหลายคู่คบกันมานาน แต่ไม่เคยคุยเรื่องเงินกันเลย คิดว่า “รักกันก็พอ ไม่ต้องรู้เรื่องเงินของกั
บางคู่แต่งงานไปแล้วถึงเพิ่งรู้
วิธีแก้:
• ต้องเปิดใจคุยกันเรื่องเงินตั้
ความผิดพลาดที่ 2: ไม่มีระบบจัดการเงินที่ชัดเจน
“เวลามีค่าใช้จ่ายร่วมกัน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่ากิน หรือค่าใช้จ่ายลูก คู่รักบางคู่ อาจไม่เคยกำหนดเลยว่าใครจ่
“บางคนใช้วิธี ‘หารครึ่งทุกอย่าง’ แต่ความเป็นจริงคือ รายได้แต่ละคนอาจไม่เท่ากัน วิธีนี้จึงอาจไม่เวิร์กสำหรับทุ
วิธีแก้:
• ตกลงกันให้ชัดว่าใครรับผิดชอบค่
• หรือเปิดบัญชี “บัญชีร่วม” สำหรับค่าใช้จ่ายที่ต้องแชร์กัน แล้วโอนเงินเข้าบัญชีนี้ทุกเดื
ความผิดพลาดที่ 3: คนหนึ่งเป็นสายออม อีกคนเป็นสายช้อป (1 นาที)
“คู่รักหลายคู่มีปัญหาเพราะ นิสัยการใช้เงินไม่ตรงกัน คนหนึ่งรักการออม คิดเยอะก่อนใช้ ส่วนอีกคนชอบใช้เงินแบบสายเปย์ ไม่คิดอะไรมาก! ผลลัพธ์คือ… ฝ่ายที่ออมก็รู้สึกเครียด ฝ่ายที่ใช้ก็รู้สึกอึดอัด”
“แบบนี้พออยู่กันไปนาน ๆ มีแต่ความไม่เข้าใจกันได้ค่ะ!”
วิธีแก้:
• หาจุดสมดุล เช่น ตั้ง “งบใช้จ่ายส่วนตัว” ของแต่ละคน ที่สามารถใช้ได้แบบไม่ต้องรู้สึ
• ลองใช้วิธี “50/30/20” คือ 50% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น, 30% ใช้จ่ายส่วนตัว, และ 20% ออมและลงทุนค่ะ!”
ความผิดพลาดที่ 4: ยืมเงินกันโดยไม่มีข้อตกลง
“เรื่องนี้เป็นปัญหาที่พบได้บ่
“บางทีแฟนขอยืมเงินก้อนใหญ่ บอกว่าจะคืน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้คืน หรืออีกฝ่ายลืมไปแล้วว่าต้องจ่
วิธีแก้:
• ถ้าจะให้แฟนยืมเงิน ต้องตกลงให้ชัดว่าเป็น เงินให้ยืม หรือเงินให้ฟรี ไม่มีเนียนนะคะ
• ถ้าเป็นการให้ยืม ควรกำหนดระยะเวลาคืนเงินที่ชั
ความผิดพลาดที่ 5: ใช้เงินเพื่อพิสูจน์ความรัก
“สุดท้ายค่ะ หลายคนเข้าใจผิดว่า ‘รักกันต้องเปย์กัน’ หรือ ‘แฟนที่ดีต้องซื้อของแพง ๆ ให้’ จนบางครั้งใช้เงินเกินตัวเพื่
“บางคนถึงขั้นเป็นหนี้บัตรเครดิ
วิธีแก้:
• ความรักไม่จำเป็นต้องวั
“และนี่ก็คือ 5 ความผิดพลาดทางการเงินที่ทำให้
1. ไม่คุยเรื่องเงินกันตั้งแต่แรก
2. ไม่มีระบบจัดการเงินที่ชัดเจน
3. คนหนึ่งสายออม อีกคนสายช้อป
4. ยืมเงินกันโดยไม่มีข้อตกลง
5. ใช้เงินเพื่อพิสูจน์ความรัก
“เงินอาจไม่ใช่ทุกอย่